แชร์

คำนวณต้นทุนกาแฟต่อแก้ว ก่อนเปิดร้านกาแฟจริง | Decemberday Coffee

อัพเดทล่าสุด: 27 เม.ย. 2026
99 ผู้เข้าชม

คำนวณต้นทุนกาแฟต่อแก้ว ก่อนเปิดร้านกาแฟจริง



การคำนวณต้นทุนกาแฟต่อแก้วเป็นขั้นตอนสำคัญสำหรับคนที่กำลังวางแผนเปิดร้านกาแฟ เพราะช่วยให้รู้ว่ากาแฟ 1 แก้วมีต้นทุนจริงเท่าไหร่ ควรตั้งราคาขายเท่าไหร่ ต้องขายกี่แก้วต่อวันถึงจะถึงจุดคุ้มทุนร้านกาแฟ และควรเลือกเครื่องชงกาแฟสำหรับร้านแบบไหนให้เหมาะกับงบลงทุน บทความนี้ Decemberday Coffee จะพาคุณคำนวณต้นทุนร้านกาแฟ กำไรต่อแก้ว และจุดคุ้มทุนแบบเข้าใจง่าย

หลายคนเริ่มต้นจากคำถามว่า

  • เปิดร้านกาแฟต้องใช้เงินเท่าไหร่?
  • กาแฟ 1 แก้ว มีต้นทุนจริงกี่บาท?
  • ขายวันละกี่แก้วถึงจะคุ้มค่าเช่า?
  • ควรตั้งราคาขายเท่าไหร่ถึงจะมีกำไร?
  • ลงทุนเครื่องชงกาแฟกี่บาทถึงจะเหมาะกับร้าน?
  • บทความนี้ Decemberday Coffee จะพาคุณดูวิธีคิดต้นทุนร้านกาแฟแบบเข้าใจง่าย พร้อมเครื่องมือคำนวณเบื้องต้น เพื่อช่วยให้คุณวางแผนก่อนลงทุนได้แม่นยำขึ้น

ทำไมต้องคำนวณต้นทุนกาแฟต่อแก้วก่อนเปิดร้าน?


วิธีคำนวณต้นทุนกาแฟต่อแก้วเริ่มจากการรวมต้นทุนเมล็ดกาแฟ นม ไซรัป ผงชง แก้ว ฝา หลอด และวัตถุดิบอื่น ๆ จากนั้นนำไปเทียบกับราคาขายต่อแก้ว เพื่อดูว่าร้านมีกำไรขั้นต้นต่อแก้วเท่าไหร่
  • นม
  • ไซรัป
  • ผงชง
  • ซอส
  • แก้ว ฝา หลอด ถุง
  • ค่าเช่า
  • ค่าแรง
  • ค่าไฟ ค่าน้ำ
  • ค่าเครื่องชงกาแฟและอุปกรณ์
  • ค่าซ่อมบำรุง
  • ต้นทุนวัตถุดิบที่สูญเสียระหว่างการทำงาน

ถ้าคุณรู้ตัวเลขเหล่านี้ก่อนเริ่มลงทุน จะช่วยให้ตัดสินใจได้ดีขึ้นว่า ควรใช้เครื่องชงกาแฟระดับไหน ตั้งราคาขายเท่าไหร่ และต้องขายวันละกี่แก้วถึงจะอยู่ได้จริง

______________________________________________________________________


ต้นทุนกาแฟ 1 แก้ว มีอะไรบ้าง?


โดยทั่วไป ต้นทุนกาแฟต่อแก้วสามารถแบ่งออกเป็น 4 กลุ่มหลัก
1. ต้นทุนเมล็ดกาแฟ
ตัวอย่างเช่น ถ้าใช้เมล็ดกาแฟราคา 450 บาทต่อกิโลกรัม และใช้กาแฟ 18 กรัมต่อแก้ว

สูตรคำนวณคือ

ต้นทุนกาแฟต่อแก้ว = ราคาเมล็ดกาแฟต่อกิโลกรัม ÷ 1,000 × จำนวนกรัมที่ใช้ต่อแก้ว
 
ตัวอย่าง

450 ÷ 1,000 × 18 = 8.10 บาท
 
หมายความว่า ต้นทุนเมล็ดกาแฟต่อแก้วอยู่ที่ประมาณ 8.10 บาท


______________________________________________________________________


2. ต้นทุนวัตถุดิบอื่น ๆ


นอกจากเมล็ดกาแฟ ยังมีต้นทุนต่อแก้วอื่น ๆ เช่น

  • นมสด
  • นมข้น
  • น้ำเชื่อม
  • ไซรัป
  • ผงโกโก้
  • ผงมัทฉะ
  • ซอสต่าง ๆ
  • ท็อปปิ้ง
  • น้ำแข็ง

เมนูกาแฟนมมักมีต้นทุนสูงกว่ากาแฟดำ เพราะมีวัตถุดิบหลายส่วนมากกว่า เช่น Latte, Cappuccino, Mocha หรือกาแฟไทย

______________________________________________________________________


3. ต้นทุนบรรจุภัณฑ์
ต้นทุนบรรจุภัณฑ์เป็นสิ่งที่หลายร้านมองข้าม แต่มีผลกับกำไรมาก โดยเฉพาะร้านที่ขายแบบ Take Away หรือ Delivery
ตัวอย่างต้นทุนบรรจุภัณฑ์ ได้แก่

  • แก้ว
  • ฝา
  • หลอด
  • ถุง
  • สติกเกอร์
  • กระดาษรองแก้ว
  • ซองใส่สินค้า

ถ้าต้นทุนแก้ว ฝา และหลอดอยู่ที่ 5 บาทต่อแก้ว และขายวันละ 100 แก้ว ต้นทุนส่วนนี้เท่ากับ 500 บาทต่อวัน หรือประมาณ 15,000 บาทต่อเดือน

______________________________________________________________________


4. ค่าใช้จ่ายประจำของร้าน
ค่าใช้จ่ายประจำคือค่าใช้จ่ายที่ต้องจ่ายทุกเดือน ไม่ว่าจะขายได้มากหรือน้อย เช่น

  • ค่าเช่า
  • ค่าแรงพนักงาน
  • ค่าไฟ
  • ค่าน้ำ
  • ค่าอินเทอร์เน็ต
  • ค่าการตลาด
  • ค่าบำรุงรักษาเครื่องชงกาแฟ
  • ค่าขนส่งวัตถุดิบ

ร้านที่ไม่ได้คำนวณค่าใช้จ่ายประจำมักจะเห็นแค่ “กำไรต่อแก้ว” แต่ไม่เห็นภาพจริงว่าเมื่อหักค่าใช้จ่ายรายเดือนแล้ว ร้านยังเหลือกำไรหรือไม่

สูตรคำนวณกำไรต่อแก้วแบบง่าย
สูตรพื้นฐานคือ

กำไรขั้นต้นต่อแก้ว = ราคาขายต่อแก้ว - ต้นทุนวัตถุดิบรวมต่อแก้ว
 
ตัวอย่าง

ราคาขายต่อแก้ว = 65 บาท
ต้นทุนวัตถุดิบรวมต่อแก้ว = 31 บาท

กำไรขั้นต้นต่อแก้ว = 65 - 31 = 34 บาท
 
หมายความว่าแต่ละแก้วมีกำไรขั้นต้นประมาณ 34 บาท
แต่ตัวเลขนี้ยังไม่ใช่กำไรสุทธิ เพราะยังไม่ได้หักค่าเช่า ค่าแรง ค่าไฟ ค่าน้ำ และค่าใช้จ่ายประจำอื่น ๆ

______________________________________________________________________


ร้านกาแฟต้องขายกี่แก้วต่อวันถึงคุ้มทุน?
การหาจุดคุ้มทุนช่วยให้เจ้าของร้านรู้ว่า ต้องขายขั้นต่ำกี่แก้วต่อวัน เพื่อให้ครอบคลุมค่าใช้จ่ายประจำ

สูตรคือ

จุดคุ้มทุนต่อเดือน = ค่าใช้จ่ายคงที่ต่อเดือน ÷ กำไรขั้นต้นต่อแก้ว
 
ตัวอย่าง

ค่าใช้จ่ายคงที่ต่อเดือน = 43,000 บาท
กำไรขั้นต้นต่อแก้ว = 34 บาท

จุดคุ้มทุนต่อเดือน = 43,000 ÷ 34 = 1,265 แก้วต่อเดือน
 
ถ้าเปิดร้าน 30 วัน

1,265 ÷ 30 = 42 แก้วต่อวัน
 
หมายความว่า ร้านนี้ต้องขายประมาณ 42 แก้วต่อวัน ถึงจะครอบคลุมค่าใช้จ่ายประจำเบื้องต้น

______________________________________________________________________


ลองใช้เครื่องคำนวณต้นทุนกาแฟต่อแก้ว
ตรงนี้คุณสามารถลองกรอกตัวเลขของร้านคุณเอง เช่น ราคาเมล็ดกาแฟ ปริมาณกาแฟต่อแก้ว ราคาขาย จำนวนแก้วต่อวัน ค่าเช่า ค่าแรง และงบลงทุนเครื่องชงกาแฟ

ระบบจะช่วยประเมินเบื้องต้นว่า

  • ต้นทุนวัตถุดิบต่อแก้วอยู่ที่เท่าไหร่
  • กำไรขั้นต้นต่อแก้วกี่บาท
  • ยอดขายต่อเดือนประมาณเท่าไหร่
  • กำไรสุทธิเบื้องต้นต่อเดือนเหลือเท่าไหร่
  • ต้องขายกี่แก้วต่อวันถึงจะคุ้มทุน
  • ระยะเวลาคืนทุนโดยประมาณกี่เดือน
Decemberday Coffee Decemberday Coffee
Cost Advisor
เครื่องคำนวณต้นทุนกาแฟต่อแก้ว และจุดคุ้มทุนร้านกาแฟ

คำนวณต้นทุนกาแฟต่อแก้ว ก่อนลงทุนเปิดร้านจริง

ลองประเมินต้นทุน กำไร และจุดคุ้มทุนเบื้องต้น เพื่อช่วยวางแผนร้านกาแฟให้แม่นยำขึ้น ลดความเสี่ยงเรื่องเลือกเครื่องผิดรุ่น ลงทุนเกินจำเป็น หรือตั้งราคาขายผิด

คำนวณฟรี เหมาะสำหรับคนเปิดร้านกาแฟ ช่วยประเมินก่อนลงทุน

1. วัตถุดิบกาแฟ

2. วัตถุดิบอื่น ๆ ต่อแก้ว

3. ราคาขายและยอดขาย

4. ค่าใช้จ่ายคงที่และการลงทุน

ผลลัพธ์ประเมินเบื้องต้น

ใช้ดูภาพรวมก่อนลงทุนจริง ตัวเลขนี้ช่วยให้เห็นว่าราคา วัตถุดิบ ค่าใช้จ่าย และจำนวนแก้วสัมพันธ์กันอย่างไร

ต้นทุนวัตถุดิบรวม/แก้ว31.1 บาท
กำไรขั้นต้น/แก้ว33.9 บาท
อัตรากำไรขั้นต้น52.2%
ยอดขาย/เดือน156,000 บาท
กำไรขั้นต้น/เดือน81,360 บาท
ค่าใช้จ่ายคงที่/เดือน43,000 บาท
กำไรสุทธิเบื้องต้น/เดือน38,360 บาท
ต้องขายถึงคุ้มทุน43 แก้ว/วัน
คืนทุนโดยประมาณ3.9 เดือน
วิเคราะห์จากตัวเลขนี้

อยู่ในระดับพอใช้ ควรควบคุมต้นทุนวัตถุดิบและแพ็กเกจจิ้งให้ดี

ให้ทีมช่วยประเมินต่อ

ส่งผลลัพธ์นี้ให้ทีม Decemberday Coffee ช่วยดูต่อได้ ทั้งเรื่องชุดเครื่องชง เครื่องบด เมล็ดกาแฟ และการวางต้นทุนให้เหมาะกับงบ

ขอใบเสนอราคาเครื่องชง โทรปรึกษา
 

หมายเหตุ: ผลลัพธ์เป็นการประเมินเบื้องต้นเท่านั้น ต้นทุนจริงอาจแตกต่างตามสูตรเมนู วัตถุดิบ ทำเล ค่าแรง และรูปแบบการบริหารร้าน

ตัวเลขจาก Calculator ควรอ่านอย่างไร?
หลังจากคำนวณแล้ว ให้ดู 4 ตัวเลขนี้เป็นหลัก

1. ต้นทุนวัตถุดิบรวมต่อแก้ว
ตัวเลขนี้ช่วยให้รู้ว่าเครื่องดื่ม 1 แก้วมีต้นทุนจริงเท่าไหร่ ถ้าต้นทุนสูงเกินไป อาจต้องทบทวนสูตร ปริมาณวัตถุดิบ หรือราคาขายใหม่

2. กำไรขั้นต้นต่อแก้ว
กำไรขั้นต้นต่อแก้วคือเงินที่เหลือจากราคาขายหลังหักต้นทุนวัตถุดิบ ยิ่งตัวเลขนี้ดี ร้านก็มีพื้นที่มากขึ้นสำหรับรองรับค่าเช่า ค่าแรง และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ

3. จุดคุ้มทุนต่อวัน
จุดคุ้มทุนต่อวันช่วยบอกว่า ร้านต้องขายขั้นต่ำกี่แก้วถึงจะไม่ขาดทุนในเชิงค่าใช้จ่ายประจำ
ถ้าตัวเลขจุดคุ้มทุนสูงเกินไปเมื่อเทียบกับทำเลหรือกำลังผลิตของร้าน อาจต้องปรับแผน เช่น
  • ลดค่าเช่า
  • ปรับเมนู
  • เพิ่มราคาขาย
  • เลือกเครื่องชงให้เหมาะกับปริมาณแก้ว
  • วางระบบหน้าบาร์ให้ทำงานเร็วขึ้น
  • เพิ่มเมนูที่มีกำไรดี
4. ระยะเวลาคืนทุน
ระยะเวลาคืนทุนช่วยให้เห็นว่า เงินลงทุนเครื่องชง เครื่องบด และอุปกรณ์หลักจะคืนกลับมาในระยะเวลาประมาณเท่าไหร่
อย่างไรก็ตาม ตัวเลขนี้เป็นเพียงการประเมินเบื้องต้น เพราะผลลัพธ์จริงขึ้นอยู่กับยอดขาย ทำเล การบริหารต้นทุน คุณภาพสินค้า และการตลาดของแต่ละร้าน

เลือกเครื่องชงกาแฟผิด ต้นทุนร้านอาจบานปลาย
เครื่องชงกาแฟเป็นหนึ่งในการลงทุนสำคัญของร้านกาแฟ ถ้าเลือกเล็กเกินไป อาจรองรับลูกค้าไม่ทันในช่วงขายดี แต่ถ้าเลือกใหญ่เกินความจำเป็น ก็อาจทำให้งบลงทุนสูงเกินไปและคืนทุนช้าลง
สิ่งที่ควรพิจารณาก่อนเลือกเครื่องชงกาแฟ ได้แก่
  • จำนวนแก้วที่คาดว่าจะขายต่อวัน
  • เมนูหลักของร้าน
  • ขนาดพื้นที่หน้าบาร์
  • จำนวนบาริสต้า
  • งบประมาณเริ่มต้น
  • รูปแบบร้าน เช่น คาเฟ่ ร้าน Take Away ร้านอาหาร โรงแรม หรือออฟฟิศ
  • บริการหลังการขายและการซ่อมบำรุง
ถ้าคุณยังไม่แน่ใจว่าเครื่องชงกาแฟแบบไหนเหมาะกับร้านของคุณ การให้ทีมผู้เชี่ยวชาญช่วยประเมินตั้งแต่ก่อนซื้อ จะช่วยลดความเสี่ยงในการลงทุนได้มาก


Decemberday Coffee ช่วยวางระบบร้านกาแฟได้อย่างไร?
Decemberday Coffee เป็นศูนย์รวมธุรกิจร้านกาแฟครบวงจร ตั้งแต่เครื่องชงกาแฟ เครื่องบด เครื่องคั่ว เมล็ดกาแฟ วัตถุดิบ อุปกรณ์กาแฟ ไปจนถึงบริการสอนชงกาแฟ รับคั่วกาแฟ ซ่อมเครื่องชง และให้คำปรึกษาเปิดร้านกาแฟ
เราช่วยประเมินให้เหมาะกับรูปแบบร้านของคุณ เช่น
  • เลือกเครื่องชงกาแฟให้เหมาะกับจำนวนแก้วต่อวัน
  • เลือกเครื่องบดให้เหมาะกับเมนูและปริมาณการขาย
  • แนะนำเมล็ดกาแฟที่เหมาะกับกลุ่มลูกค้า
  • วางระบบหน้าบาร์ให้ทำงานง่ายขึ้น
  • ช่วยคำนวณต้นทุนเมนูเบื้องต้น
  • สอนชงกาแฟและเทรนการใช้งานเครื่อง
  • ดูแลบริการหลังการขายและซ่อมบำรุง
  • เป้าหมายไม่ใช่แค่ขายเครื่องชงกาแฟ แต่คือช่วยให้เจ้าของร้านเริ่มต้นได้มั่นใจขึ้น และเลือกลงทุนให้เหมาะกับงบจริง
สรุป: ก่อนเปิดร้านกาแฟ ควรรู้ต้นทุนก่อนเลือกเครื่อง
การเปิดร้านกาแฟให้ไปต่อได้ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับความสวยของร้านอย่างเดียว แต่ต้องรู้ตัวเลขหลังบ้านด้วย
  • สิ่งที่ควรรู้ก่อนลงทุน ได้แก่
  • ต้นทุนกาแฟต่อแก้ว
  • ต้นทุนวัตถุดิบรวม
  • กำไรต่อแก้ว
  • ยอดขายที่ต้องทำต่อวัน
  • จุดคุ้มทุน
  • งบลงทุนเครื่องชงและอุปกรณ์
  • ระยะเวลาคืนทุนโดยประมาณ
ถ้าคุณกำลังวางแผนเปิดร้านกาแฟ หรือต้องการประเมินว่าควรใช้เครื่องชงกาแฟรุ่นไหน สามารถลองใช้ Calculator ด้านบน แล้วส่งผลลัพธ์ให้ทีม Decemberday Coffee ช่วยดูต่อได้

กำลังวางแผนเปิดร้านกาแฟ?
ส่งผลลัพธ์จาก Calculator ให้ทีม Decemberday Coffee ช่วยประเมินต่อได้ฟรี เราจะช่วยดูว่าเครื่องชง เครื่องบด เมล็ดกาแฟ และอุปกรณ์แบบไหนเหมาะกับงบประมาณและรูปแบบร้านของคุณ
096-163-1456 / 084-025-5713 / 096-650-5486
Line Official: @decemberdaycoffee (มี @ นำหน้า) หรือคลิ๊ก: https://lin.ee/Qqn7rkn
FB Inbox : m.me/496526646881561
www.decemberdaycoffee.com
December Day Coffee ศูนย์รวมบริการเปิดร้านกาแฟแบบครบวงจร ตั้งอยู่ นนทบุรี เลี่ยงเมืองปากเกร็ด Goole Map : https://maps.app.goo.gl/dtABjrreYjXy8f869

icon-messenger
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้